TREATMENT PATHWAYS

เส้นทางสู่ "ปาฏิหาริย์ตัวน้อย"
เลือกวิธีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

การมีลูกคือการเดินทางที่แต่ละครอบครัวใช้เวลาต่างกัน หมอหนูสรุป 3 เส้นทางหลักมาให้เข้าใจง่ายๆ เปรียบเทียบชัดเจน เพื่อให้คุณเลือกก้าวเดินได้อย่างมั่นใจ

Happy Family with baby
Pregnant couple holding hands
Newborn baby feet
Doctor consulting patient
Happy couple showing love

Our Goal

"เพราะรอยยิ้มของครอบครัว
คือความสำเร็จของเรา"

วิธีธรรมชาติ (Natural Conception)

เริ่มต้นที่ความเข้าใจร่างกาย และจังหวะเวลาที่ใช่

เคล็ดลับความสำเร็จ

  • นับวันไข่ตกให้แม่น:

    ปกติไข่จะตกช่วง 14 วันก่อนประจำเดือนรอบถัดไปมา (สำหรับรอบเดือน 28 วัน) ช่วงนี้คือ "นาทีทอง"

  • ความถี่ที่เหมาะสม:

    มีเพศสัมพันธ์วันเว้นวันในช่วงไข่ตก เพื่อให้อสุจิสะสมปริมาณที่แข็งแรงพอ

  • ปรับสมดุลร่างกาย:

    ทานโฟลิก (Folic Acid) ล่วงหน้า, งดแอลกอฮอล์/บุหรี่, และไม่เครียด

เหมาะสำหรับใคร?

คู่สมรสที่อายุน้อยกว่า 35 ปี,
ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ,
และเพิ่งเริ่มปล่อยมีบุตรไม่เกิน 6-12 เดือน

โอกาสสำเร็จต่อรอบ ~5-20%

การฉีดเชื้อ (IUI)

ช่วยไกด์ทางให้น้องอสุจิ เจอไข่ได้ง่ายขึ้น (Intrauterine Insemination)

1

ประจำเดือนมาวันแรก

Day 1

นับเป็นจุดเริ่มต้นของรอบเดือน แจ้งคลินิกเพื่อนัดหมาย

กระตุ้นไข่

Day 1-5

แพทย์จะให้ยากระตุ้นไข่ (ทานหรือฉีด) เพื่อให้ร่างกายผลิตไข่ที่สมบูรณ์

หมอนัดประเมินไข่ & ผนังมดลูก

ระยะเวลาการนัด
  • จำนวนไข่: ประมาณ 1-2 ใบ
  • ขนาดไข่: 16-18 mm. (พร้อมตก)
  • ผนังมดลูก: หนา 8 mm. ขึ้นไป (บ้านพร้อมอยู่)
Action: ฉีดยาให้ไข่ตก (ประมาณ 36 ชม. ก่อนทำ IUI)

วันนัดทำ IUI

ขั้นตอนสำคัญ
  1. เก็บอสุจิ: ฝ่ายชายเก็บน้ำเชื้อที่คลินิก
  2. คัดกรอง: นักวิทยาศาสตร์คัดเฉพาะ "ตัวท็อป" ที่ว่ายเก่ง แข็งแรงที่สุด
  3. ฉีดเชื้อ: หมอฉีดเชื้อที่คัดแล้วเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง (ไม่เจ็บ ใช้เวลาแป๊บเดียว)

รอผล 14 วัน → ตรวจการตั้งครรภ์

รวมระยะเวลาต่อรอบประมาณ 28-32 วัน

เด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) : กระบวนการที่ทำงานร่วมกัน

ภาพรวม “ทำไข่ + ทำตัวอ่อนในแล็บ” แล้วค่อยเลือกย้ายกลับรอบสดหรือรอบแช่แข็ง

แกนหลักของ IVF/ICSI

  1. 1
    กระตุ้นไข่ + ติดตามด้วยอัลตราซาวด์

    ฉีดยากระตุ้นฟองไข่หลายวัน และนัดประเมินขนาดฟองไข่/ฮอร์โมนเพื่อกำหนดวันเก็บไข่

  2. 2
    เก็บไข่ (OPU) + เก็บอสุจิ

    วันเก็บไข่จะทำร่วมกับการเก็บน้ำเชื้อ เพื่อเตรียมปฏิสนธิในห้องแล็บ

  3. 3
    ปฏิสนธิในแล็บ (IVF หรือ ICSI)

    เลือกวิธีตามคุณภาพอสุจิ/ไข่: IVF (ปล่อยผสมเอง) หรือ ICSI (ฉีดเชื้อเข้าไข่)

  4. 4
    เลี้ยงตัวอ่อน 3–5 วัน + คัดคุณภาพ

    ติดตามการแบ่งตัว เลือกตัวอ่อนที่เหมาะสม (มักถึงระยะบลาสโตซิสต์ใน Day 5)

  5. 5
    เลือกทางย้ายกลับ: รอบสด หรือ แช่แข็งไว้ก่อน

    ถ้าผนังมดลูกเหมาะและไม่มีข้อห้าม อาจย้ายกลับรอบสดได้ หรือแช่แข็ง (Freeze-all) แล้ววางแผน FET ในรอบถัดไป

ไฮไลต์ที่คนไข้ชอบถาม

  • ทำไมบางคนต้อง “แช่แข็งก่อน” → เพื่อให้จังหวะผนังมดลูกเหมาะ/ลดความเสี่ยงบางอย่าง
  • PGT-A คืออะไร → การตรวจคัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อน (ทำเฉพาะรายที่เหมาะสม)
  • IVF vs ICSI → ต่างกันที่ “วิธีปฏิสนธิ” ในแล็บ

*รายละเอียดจริงอาจต่างตามอายุ สุขภาพ คุณภาพไข่/เชื้อ และแผนแพทย์

เด็กหลอดแก้ว (IVF) - รอบสด

โฟกัสเฉพาะช่วง “ย้ายตัวอ่อนรอบนี้เลย” หลังทำตัวอ่อนเสร็จ

1

เริ่มต้น: ประจำเดือน & ตรวจเลือด

Day 1-2

วันที่ 1 ประจำเดือนมาวันแรก
วันที่ 2 พบแพทย์เพื่ออัลตราซาวด์ และตรวจฮอร์โมน (AMH, FSH)

ช่วงกระตุ้นไข่

Day 3-12 (approx)

เริ่มฉีดยากระตุ้นฟองไข่ตั้งแต่วันที่ 3 ต่อเนื่องประมาณ 8-12 วัน จนฟองไข่โตตามเกณฑ์

ฉีดยาไข่สุก (Trigger Shot)

36 hr before OPU

แพทย์ให้ยาเพื่อให้ไข่สุกเต็มที่ เมื่อฟองไข่มีขนาดประมาณ 16-18 มม. (ฉีดประมาณ 36 ชม. ก่อนเก็บไข่)

วันเก็บไข่ & เก็บอสุจิ

OPU Day
  • เก็บอสุจิ: ฝ่ายชายเก็บน้ำเชื้อ
  • เก็บไข่: แพทย์ทำการเก็บไข่จากฝ่ายหญิง
  • ทำตัวอ่อนในแล็บ: ปฏิสนธิ + เลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วัน

ใส่ตัวอ่อน (รอบสด) & รอผล

เลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วัน แล้วย้ายกลับเข้าโพรงมดลูกในรอบนี้ จากนั้นรอตรวจการตั้งครรภ์

Tip: ถ้าร่างกาย/ผนังมดลูกยังไม่เหมาะ หรือมีเหตุผลทางการแพทย์ อาจเลือก “แช่แข็งก่อน” แล้วไป FET จะคุมจังหวะได้มากกว่า

ใส่ตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (FET)

ใช้ตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้ แล้วย้ายกลับเมื่อ “ผนังมดลูกพร้อม”

1

เริ่มรอบ (ประจำเดือน/กำหนดวันเริ่มยา)

Day 1

แจ้งคลินิกเพื่อวางแผนรอบ FET (ใช้ตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้จากรอบก่อน) และเลือกแนวทางเตรียมผนังมดลูก

เตรียมผนังมดลูก (Endometrium Preparation)

ประมาณ 10–14 วัน

แพทย์ให้ฮอร์โมนตามแผน (เช่น estrogen แบบทาน/แปะ/ฉีด) เพื่อให้ผนังมดลูกหนาและพร้อมรับการฝังตัว

หมอนัดอัลตราซาวด์/ตรวจเลือด ประเมิน “ความพร้อม”

ระยะเวลาการนัด
  • ผนังมดลูก: โดยมากต้องการ ≥ 7–8 มม. และลักษณะเหมาะสม
  • ฮอร์โมน/เลือด: ช่วยยืนยันว่า “จังหวะพร้อม”
Action: เริ่มโปรเจสเตอโรน (Progesterone) และกำหนดวันละลาย/ใส่ตัวอ่อนตามอายุตัวอ่อน (Day 3 / Day 5)

ละลายตัวอ่อน + ใส่ตัวอ่อน (FET Day)

ขั้นตอนสำคัญ
  1. ละลายตัวอ่อน: ห้องแล็บละลายและประเมินคุณภาพ
  2. ย้ายกลับ: แพทย์ใส่ตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูก (โดยมากไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นาน)
  3. ต่อเนื่องฮอร์โมน: รับยาตามแผน (เช่น progesterone) เพื่อพยุงการฝังตัว

รอผล 9–14 วัน → ตรวจเลือดการตั้งครรภ์ (β-hCG)

โดยรวมรอบ FET มักใช้เวลาประมาณ 3–4 สัปดาห์ (ขึ้นกับแผนยา)

ทำไม “FET / Freeze-all” ถึงได้รับความนิยมมากขึ้น และกำลังกลายเป็น New Normal?

สรุปเหตุผลแบบเข้าใจง่าย: เทคโนโลยีแช่แข็งดีขึ้น + คุมจังหวะผนังมดลูกได้ + รองรับ PGT-A + ลดบางความเสี่ยงในกลุ่มเสี่ยง OHSS

Vitrification: แช่แข็งแบบ “ผลึกแก้ว”

วิธีแช่แข็งสมัยใหม่ลดการเกิดผลึกน้ำแข็งในเซลล์ ทำให้ “ตัวอ่อนรอดหลังละลาย” ดีขึ้นมาก จึงทำให้การเก็บตัวอ่อนไว้ย้ายรอบถัดไปเป็นเรื่องปกติและปลอดภัยขึ้น

  • ละลายแล้วคุณภาพคงตัวได้ดีขึ้น (ขึ้นกับแล็บและคุณภาพตัวอ่อน)
  • วางแผนวันย้ายกลับได้ยืดหยุ่นขึ้น

คุม “จังหวะผนังมดลูก” ได้มากกว่า

รอบทำไข่มักมีฮอร์โมนแกว่งสูงกว่าปกติในบางคน การเลื่อนย้ายไป FET ช่วยให้เราเตรียมผนังมดลูกให้ “พร้อมจริง” แล้วค่อยย้ายกลับในจังหวะที่เหมาะ

ตัวอย่างเหตุผลที่หมอมัก “แนะนำแช่แข็งก่อน”

  • ผนังมดลูกยังบาง/ลักษณะยังไม่สวย
  • ร่างกายยังบวมน้ำ/ไม่สบาย/ต้องการพักก่อน
  • มีเหตุจำเป็นต้องจัดตารางเวลาให้พร้อม (งาน/เดินทาง/ยา)

PGT-A + ลดเสี่ยง OHSS (ในคนที่เสี่ยง)

ถ้าทำ PGT-A มักต้อง “ตัดชิ้นเนื้อ/ส่งตรวจ” แล้วรอผลก่อน จึงนิยมแช่แข็งไว้ก่อน และในคนที่เสี่ยง OHSS การทำแบบ Freeze-all แล้วค่อย FET อาจช่วยลดความเสี่ยงบางส่วนได้

PGT-A (ตรวจโครโมโซม)

ใช้เพื่อคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมของตัวอ่อนใน “บางกลุ่มที่เหมาะสม” ช่วยเลือกตัวอ่อนที่มีโอกาสฝังตัวดีขึ้น/ลดโอกาสแท้งในบางกรณี

OHSS (ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน)

ถ้ากลุ่มเสี่ยง (เช่น ไข่เยอะ/PCOS/ฮอร์โมนสูง) แผนรักษาบางแบบจะเลือก “ไม่ย้ายรอบสด” เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวก่อน แล้วค่อยย้ายในรอบ FET ที่คุมได้มากกว่า

ภาพรวมขั้นตอน “Freeze-all → FET” แบบชัดๆ

กลับไปดูขั้นตอน FET แบบ Timeline

ช่วงทำไข่ & ทำตัวอ่อน (รอบเก็บไข่)

  1. 1 กระตุ้นไข่ → เก็บไข่ (OPU) → ปฏิสนธิ (IVF/ICSI) → เลี้ยงตัวอ่อน Day 3–5
  2. 2 คัดเกรดตัวอ่อน (มักเน้น Day 5 blastocyst) แล้ว “แช่แข็งด้วย Vitrification”
  3. 3 ถ้าทำ PGT-A: ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ แล้วแช่แข็งรอผล

ช่วงย้ายกลับ (รอบ FET)

  1. 1 เริ่มรอบ → เตรียมผนังมดลูก (Natural/Medicated) และติดตามด้วยอัลตราซาวด์/เลือด
  2. 2 เริ่มโปรเจสเตอโรน แล้วนัด “ละลาย + ใส่ตัวอ่อน” ให้ตรงกับอายุตัวอ่อน (Day 3/Day 5)
  3. 3 รับยาพยุงตามแผน และตรวจเลือด β-hCG ตามนัด

หมายเหตุสำคัญ (อ่านก่อนตัดสินใจ)

FET ไม่ได้ “ดีกว่าเสมอ” สำหรับทุกคน — บางรายยังเหมาะกับรอบสดตามข้อบ่งชี้ของแพทย์ แผนที่ดีที่สุดขึ้นกับอายุ, คุณภาพไข่/เชื้อ, จำนวนฟองไข่, ความเสี่ยง OHSS, สภาพมดลูก, และเป้าหมายของครอบครัว

สรุปเทียบกันชัดๆ

วิธี (Method) เหมาะกับใคร โอกาสสำเร็จ*
ธรรมชาติ อายุน้อย, ผลตรวจปกติ, เพิ่งเริ่มปล่อย 5 - 20%
IUI เชื้ออ่อนเล็กน้อย, มีปัญหาปากมดลูก, ไม่ทราบสาเหตุ 10 - 20%
IVF (รอบสด) เหมาะกับผู้ที่ทำตัวอ่อนแล้ว “ย้ายกลับในรอบเดียวกัน” และผนังมดลูกพร้อม 30 - 70%**
FET (รอบแช่แข็ง) มีตัวอ่อนแช่แข็งแล้ว, อยากเตรียมผนังมดลูกให้พร้อม, หรือวางแผนย้ายกลับเป็นรอบ 30 - 60%**

*โอกาสสำเร็จขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพรายบุคคล **ยิ่งคัดโครโมโซมโอกาสยิ่งสูงขึ้น

ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มตรงไหน?

ไม่ต้องกังวล มาคุยกับหมอหนูได้เลย เราจะช่วยประเมินและออกแบบแผนที่ "ใช่" และ "คุ้มค่า" ที่สุดสำหรับคู่ของคุณ

สแกน QR เพื่อนัดหมาย